ธุรกิจและหุ้น
ลองนึกว่าธุรกิจคือ “เครื่องพิมพ์เงิน”
รวมทั้งปีเท่ากัน แต่แต่ละเดือนไม่เหมือนกัน
เครื่อง A · ขึ้น ๆ ลง ๆ
รวมทั้งปี 72,000 บาท
เครื่อง B · ค่อนข้างสม่ำเสมอ
รวมทั้งปี 72,000 บาท
วันนี้ทำเงินได้เท่าไร แล้วผู้ผลิตสัญญาอะไรไว้?
เครื่อง C · เริ่มน้อย รออัปเกรด
ปีที่ 1–5 ได้ปีละ 36,000 บาท
ผู้ผลิตสัญญาว่าจะช่วยอัปเกรดในปีที่ 6 ให้ทำเงินได้อย่างน้อย 96,000 บาท/ปี
เครื่อง D · เริ่มมาก ต้องดูแลต่อ
ปีที่ 1–3 ได้ปีละ 144,000 บาท
หลังจากนั้นต้องบำรุงรักษา ผู้ผลิตไม่รับประกันว่าจะได้เท่าเดิม แต่บอกว่าจะพยายามรักษาไว้ไม่ต่ำกว่า 120,000 บาท/ปี
เครื่องเดียวกัน ราคาเดียวกัน แต่มองต่างกันได้
คำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบที่ถูกเพียงข้อเดียว บางคนอาจมองว่า “ตั้งล้านหนึ่ง แพงไป” ขณะที่อีกคนกลับคิดว่า “เครื่องนี้ขายแค่ล้านเดียวเอง ถูกมาก”
ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนคาดหวังอะไรจากเครื่องนั้น และเชื่อคำสัญญาของผู้ผลิตมากแค่ไหน จึงไม่แปลกที่คนสองคนจะให้มูลค่าเครื่องเดียวกันไม่เท่ากัน
อยากซื้อเครื่อง C หรือ D แต่มีแค่ 20,000 บาท ทำอย่างไร?
คุณอาจคิดว่าเครื่อง C ราคา 1,000,000 บาทไม่แพง และอยากซื้อ แต่มีเงินเพียง 20,000 บาท ถ้าแบ่งความเป็นเจ้าของเครื่องนี้ออกเป็นส่วนเล็ก ๆ แล้วซื้อแค่บางส่วนล่ะ?
หุ้นคือส่วนหนึ่งของความเป็นเจ้าของธุรกิจ บริษัทแบ่งความเป็นเจ้าของออกเป็นหุ้น โดยแต่ละบริษัทมีจำนวนหุ้นทั้งหมดไม่เท่ากันได้ นี่คือวิธีที่เราซื้อความเป็นเจ้าของเพียงบางส่วน แทนการซื้อทั้งธุรกิจ
แม้ราคาต่อหุ้นและจำนวนหุ้นที่ซื้อได้ต่างกัน แต่ในตัวอย่างนี้ เงิน 20,000 บาททำให้คุณเป็นเจ้าของเครื่องแต่ละเครื่องในสัดส่วนเท่ากัน เพราะราคาเครื่องทั้งเครื่องเท่ากันที่ 1,000,000 บาท
แล้วเงินที่เครื่อง C จ่ายให้เจ้าของจะแบ่งอย่างไร? ในปีที่ 1–5 เครื่อง C จ่ายให้เจ้าของรวมปีละ 36,000 บาท เมื่อแบ่งให้ 100 หุ้นเท่า ๆ กัน แต่ละหุ้นจะได้รับ 360 บาท/ปี ถ้าคุณถือ 2 หุ้น ก็จะได้รับรวม 720 บาท/ปี ในช่วง 5 ปีแรก
จากเครื่องพิมพ์เงิน สู่ธุรกิจจริง
ในธุรกิจจริง เงินที่ธุรกิจแบ่งจากกำไรมาให้เจ้าของ เรียกว่า เงินปันผล
ลองนึกว่าเงินที่คุณได้รับจากเครื่องในตัวอย่างคือเงินปันผล ส่วนในธุรกิจจริง บริษัทอาจเก็บกำไรบางส่วนไว้ขยายธุรกิจ แทนที่จะแบ่งออกมาทั้งหมด
อย่างเครื่อง C ถ้าผู้ผลิตเก็บเงินที่เครื่องทำได้บางส่วนไว้ใช้กับการอัปเกรด คุณก็จะได้รับเงินน้อยลงในช่วงแรก เพื่อหวังให้เครื่องทำเงินได้มากขึ้นในอนาคต คล้ายกับธุรกิจที่เก็บกำไรบางส่วนไว้ลงทุนต่อ
แต่การเก็บกำไรไว้ลงทุน ไม่ได้หมายความว่าจะจ่ายเงินปันผลได้มากขึ้นเสมอไป การลงทุนอาจไม่เป็นไปตามที่หวัง และแม้ธุรกิจทำกำไรได้มากขึ้น ก็อาจเลือกเก็บเงินไว้ลงทุนต่ออีกได้
ปีที่ 1–5 กำไรปีละ 60,000 บาท จ่ายเงินปันผล 36,000 บาท เหลือเก็บไว้อัปเกรดเครื่องปีละ 24,000 บาท
ธุรกิจที่เราเป็นเจ้าของ (ถือหุ้นอยู่) จะเป็นอย่างที่คาดหวังไหม?
กลับมาที่เครื่องพิมพ์เงิน เราอยากรู้ว่าเครื่องจะยังทำเงินได้ต่อเนื่องไหม และการอัปเกรดจะช่วยได้แค่ไหน สำหรับธุรกิจจริง ลองเริ่มค้นคว้าในระบบ 56Atlas ด้วยสองคำถามนี้
รายได้หลักมาจากอะไร และจะมั่นคงต่อไปอีก 10 ปีแค่ไหน?
บางธุรกิจมีรายได้หลักจากสัญญาระยะสั้นที่จะหมดอายุในอีกไม่กี่ปี จึงต้องดูต่อว่าสัญญาจะหมดเมื่อไร มีเงื่อนไขต่ออายุอย่างไร และถ้าต่อไม่ได้ จะมีรายได้จากไหนมาทดแทน รายได้ที่เห็นวันนี้จึงอาจไม่ได้อยู่กับธุรกิจไปตลอด 10 ปี เหมือนเครื่อง D ที่เราต้องดูต่อว่า ตั้งแต่ปีที่ 4 หลังเริ่มบำรุงรักษาแล้ว จะยังจ่ายเงินให้เราได้เท่าไร
ในอนาคต มีแผนลงทุนอะไรที่อาจช่วยเพิ่มกำไร?
ลองถามว่าบริษัทจะลงทุนทำอะไร ใช้เงินเท่าไร คาดว่าจะเริ่มสร้างรายได้หรือกำไรเมื่อไร และมีอะไรที่อาจทำให้ผลไม่เป็นไปตามแผน เหมือนเครื่อง C ที่เราต้องดูต่อว่าแผนอัปเกรดจะทำได้จริงแค่ไหน