ศึกษาธุรกิจและประเมินสิ่งที่เราจะได้รับ
เราควบคุมราคาหุ้นในตลาดไม่ได้ แต่เราเลือกศึกษาธุรกิจได้ ว่ารายได้มาจากไหน ทำกำไรได้แค่ไหน และมีโอกาสจ่ายเงินปันผลให้เราเท่าไรในอนาคต แล้วค่อยถามตัวเองว่า ราคาที่ต้องจ่ายวันนี้ คุ้มกับสิ่งที่คาดว่าจะได้รับหรือไม่?
การศึกษาธุรกิจไม่ได้ทำให้เรารู้อนาคตแน่นอน แต่ช่วยให้เราตัดสินใจจากเหตุผลและความคาดหวังที่ตรวจสอบได้ แทนที่จะซื้อเพียงเพราะหวังว่าราคาจะขึ้น
Dividend Yield · เงินปันผลเทียบกับราคาที่จ่าย
เริ่มจาก Dividend Yield หรืออัตราเงินปันผลตอบแทน ซึ่งเทียบเงินปันผลที่ได้รับกับราคาหุ้น
ใช้ธุรกิจ A (ธุรกิจสมมติ) เป็นตัวอย่าง: บริษัทจ่ายให้เจ้าของหุ้นละ 360 บาทในรอบปีตัวอย่าง ถ้าซื้อหุ้นละ 10,000 บาท เงินปันผลในปีนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของราคาที่จ่าย? อัตราส่วนนี้เรียกว่า อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield)
360 ÷ 10,000 × 100 = 3.6%
เงินปันผล 360 บาทในรอบปีตัวอย่าง จึงคิดเป็น 3.6% ของราคาหุ้น 10,000 บาท โดยยังไม่รวมกำไรหรือขาดทุนจากราคาหุ้นที่เปลี่ยนไป
ถ้าราคาหุ้นของธุรกิจ A เปลี่ยนไปล่ะ?
สมมติว่าเงินปันผลในรอบปีตัวอย่างยังเท่าเดิมที่ 360 บาทต่อหุ้น เปลี่ยนเฉพาะราคาหุ้น จะได้ Dividend Yield ดังนี้
- ราคาลดลง → Dividend Yield สูงขึ้น
- ราคาสูงขึ้น → Dividend Yield ต่ำลง
Dividend Yield ที่สูงขึ้นในตัวอย่างนี้เกิดจากเราซื้อหุ้นในราคาต่อหุ้นที่ต่ำลง ขณะที่บริษัทจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นเท่าเดิม
Dividend Yield เท่าไหร่ ถึงจะพอสำหรับเรา?
คำตอบขึ้นอยู่กับความคาดหวังของแต่ละคน บางคนอาจบอกว่า 3% ก็พอ ถ้าเชื่อว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอและมีโอกาสเติบโต อีกคนอาจต้องการ อย่างน้อย 4% จึงจะรู้สึกคุ้มกับเงินที่จ่ายซื้อหุ้นและความเสี่ยงที่รับ
แม้จะเป็นหุ้นบริษัทเดียวกัน แต่เมื่อแต่ละคนต้องการอัตราเงินปันผลตอบแทนต่างกัน ราคาหุ้นที่แต่ละคนยอมซื้อก็อาจไม่เท่ากันได้
ซื้อที่ 12,000 แล้วราคาลงเหลือ 8,000 สิ่งที่เราคาดหวังเปลี่ยนไหม?
สมมติว่าคุณต้องการเงินปันผลตอบแทน 3% และศึกษาธุรกิจ A จนรู้สึกมั่นใจส่วนตัวประมาณ 80–90% ว่าบริษัทน่าจะรักษาเงินปันผลหุ้นละ 360 บาท/ปี ต่อไปได้อีก 10–20 ปี คุณจึงยอมซื้อเมื่อหุ้นซื้อขายกันที่ 12,000 บาท
วันที่คุณซื้อ
12,000 บาท/หุ้น
คุณยอมรับเงินปันผลที่คาดหวัง 360 บาท/ปี หรือ 3% ของต้นทุนซื้อ
ต่อมา ราคาตลาดลดลง
8,000 บาท/หุ้น
มูลค่าตลาดลดลง 4,000 บาท/หุ้น
ต้นทุนซื้อเดิมของคุณยังเป็น 12,000 บาท/หุ้น
คุณกลับไปตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าแผนธุรกิจและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลยังสอดคล้องกับที่ศึกษาไว้ หากบริษัทยังจ่ายหุ้นละ 360 บาท สิ่งที่คาดว่าจะได้รับบนต้นทุนเดิมก็ยังเป็นดังนี้
360 ÷ 12,000 × 100 = 3% เท่าเดิม
ราคาตลาดที่ลดลงจึงไม่ได้แปลว่าสิ่งที่คาดหวังจากธุรกิจเปลี่ยนไปด้วย สิ่งที่ต้องติดตามคือธุรกิจยังรองรับเงินปันผลที่คาดหวังได้หรือไม่
ลองถามต่อใน 56Atlas
ก่อนคาดหวังเงินปันผลระยะยาว ลองใช้ 56Atlas ศึกษาว่าธุรกิจมีอะไรช่วยรองรับเงินที่เราคาดว่าจะได้รับ และมีอะไรที่อาจทำให้เปลี่ยนไป
ธุรกิจจะรองรับเงินปันผลที่เราคาดหวังได้แค่ไหน?
รายได้หลักและกระแสเงินสดของบริษัทมาจากอะไร มีสัญญาที่ใกล้หมดอายุหรือความเสี่ยงใดที่อาจทำให้กำไรและความสามารถในการจ่ายเงินปันผลลดลงในอนาคต?
บริษัทมีภาระใช้เงินอะไร ก่อนแบ่งเงินให้เจ้าของ?
ในอีก 3–5 ปี บริษัทมีแผนลงทุนหรือหนี้ที่ต้องชำระเท่าไร เทียบกับกระแสเงินสดที่ทำได้ และสิ่งเหล่านี้อาจกระทบเงินที่เหลือสำหรับจ่ายปันผลอย่างไร?