ตลาดหุ้นและราคาหุ้น
ก่อนเริ่มอ่านเรื่องตลาดหุ้น แนะนำให้อ่าน ธุรกิจและหุ้น ก่อน เพื่อเข้าใจพื้นฐานที่เราจะใช้ต่อในหน้านี้
ทำไมต้องมีตลาดหุ้น?
จากตัวอย่างเครื่องพิมพ์เงิน เมื่อเราแบ่งความเป็นเจ้าของเครื่องหรือธุรกิจออกเป็นหุ้นแล้ว ถ้าคุณอยากซื้อหุ้นเครื่อง C จะไปหาคนขายที่ไหน? หรือถ้าคุณมีหุ้นอยู่แล้วและอยากขาย จะหาคนซื้อได้อย่างไร?
ตลาดหุ้นจึงเป็นพื้นที่กลางที่ผู้ต้องการซื้อและผู้ต้องการขายหุ้นมาพบกัน ช่วยให้เราเสนอซื้อหรือเสนอขายส่วนหนึ่งของความเป็นเจ้าของธุรกิจได้ โดยไม่ต้องซื้อหรือขายเครื่องทั้งเครื่อง
แต่ไม่ใช่ทุกธุรกิจจะจดทะเบียนในตลาดหุ้น ถ้าเป็นเครื่องหรือธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในตลาด วิธีหนึ่งคือการติดต่อผู้ผลิตหรือเจ้าของโดยตรง เพื่อสอบถามว่าเปิดให้ซื้อส่วนหนึ่งของความเป็นเจ้าของหรือไม่ และตกลงราคาและเงื่อนไขกัน
ในประเทศไทย เรามีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET (The Stock Exchange of Thailand) เป็นตลาดสำหรับซื้อขายหุ้นของบริษัทจดทะเบียน
ราคาหุ้นคืออะไร?
เหมือนในหน้า ธุรกิจและหุ้น ราคาเดียวกัน บางคนว่าแพง บางคนว่าถูก ลองดูเครื่อง C ที่จ่ายให้เจ้าของหุ้นละ 360 บาท/ปี ในช่วง 5 ปีแรก ถ้ามีคนเสนอขายหุ้นนี้ที่ 1,000 บาทต่อหุ้น บางคนอาจมองว่าถูก ขณะที่อีกคนมองว่าแพง เพราะคาดหวังกับอนาคตของเครื่องและเชื่อคำสัญญาของผู้ผลิตไม่เท่ากัน
แต่ละคนจึงอยากซื้อหรือขายในราคาที่ไม่เท่ากัน แล้วราคาหุ้นที่เราเห็นมาจากไหน?
เมื่อพูดถึงราคาซื้อขายล่าสุด เราหมายถึงราคาที่มีผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขายกันจริง ไม่ใช่แค่ราคาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอยากได้ ลองดูข้อเสนอซื้อ (Bid) และข้อเสนอขาย (Offer) ในสามกรณีนี้
อยากซื้อ แต่ยังไม่มีใครขายให้
คุณเสนอซื้อที่ 100 บาท แต่ไม่มีใครยอมขายให้ในราคานี้ ราคาซื้อขายล่าสุดจึงไม่ได้กลายเป็น 100 บาทเพียงเพราะคุณเสนอซื้อ
| Bid · เสนอซื้อ (บาท) | Offer · เสนอขาย (บาท) |
|---|---|
| 100 | — |
ยังไม่มีการซื้อขาย · ราคาซื้อขายล่าสุดไม่เปลี่ยน
อยากขาย แต่ยังไม่มีใครซื้อ
ผู้ขายเสนอขายที่ 1,000 บาท แต่ไม่มีใครยอมซื้อในราคานี้ ราคาซื้อขายล่าสุดจึงไม่ได้กลายเป็น 1,000 บาทเพียงเพราะเขาเสนอขาย
| Bid · เสนอซื้อ (บาท) | Offer · เสนอขาย (บาท) |
|---|---|
| — | 1,000 |
ยังไม่มีการซื้อขาย · ราคาซื้อขายล่าสุดไม่เปลี่ยน
ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงที่ราคาเดียวกัน
ถ้าผู้ซื้อยอมซื้อและผู้ขายยอมขายที่ 500 บาท แล้วมีการซื้อขายสำเร็จจริง ราคาซื้อขายล่าสุดจึงเปลี่ยนเป็น 500 บาท ณ การซื้อขายครั้งนั้น
| Bid · เสนอซื้อ (บาท) | Offer · เสนอขาย (บาท) |
|---|---|
| 500 | 500 |
เมื่อซื้อขายสำเร็จ → ราคาซื้อขายล่าสุด = 500 บาท
ราคาซื้อขายล่าสุดมาจากการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริง ข้อเสนอ 100 หรือ 1,000 บาทที่ยังไม่มีใครตกลงด้วย จึงไม่เปลี่ยนราคาซื้อขายล่าสุด
อะไรขับเคลื่อนราคาหุ้น ทำไมราคาถึงขึ้นลง?
ธุรกิจเดียวกัน แต่แต่ละคนอาจมองเห็นมูลค่าไม่เท่ากัน คนหนึ่งเชื่อว่าบริษัทจะเติบโตและทำกำไรได้มากขึ้น จึงยอมซื้อในราคาสูงขึ้น อีกคนไม่มั่นใจ และอยากซื้อก็ต่อเมื่อราคาต่ำกว่านั้น
มุมมองเหล่านี้เปลี่ยนได้ด้วย เมื่อมีข้อมูลใหม่เกี่ยวกับรายได้ ค่าใช้จ่าย หรือแผนลงทุนของบริษัท บางคนอาจคาดหวังมากขึ้น บางคนอาจกังวลกว่าเดิม ราคาที่แต่ละคนยอมซื้อหรือยอมขายจึงเปลี่ยนตาม
ถ้าการซื้อขายครั้งหนึ่งเกิดขึ้นที่ 500 บาท แล้วครั้งถัดไปมีคนตกลงซื้อขายกันที่ 520 บาท ราคาซื้อขายล่าสุดก็ขยับขึ้นเป็น 520 บาท แต่ถ้าตกลงกันที่ 480 บาท ราคาก็ขยับลงเป็น 480 บาท
ราคาหุ้นจึงเปลี่ยนตามราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงซื้อขายกันในแต่ละครั้ง โดยไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันว่าธุรกิจมีมูลค่าเท่าไร และถ้ายังไม่มีการซื้อขายครั้งใหม่ ราคาซื้อขายล่าสุดก็ยังไม่เปลี่ยน
แล้วตกลง… เรากำลังทำอะไรกันอยู่?
ถึงแต่ละคนจะให้มูลค่าหุ้นไม่เท่ากัน ราคาซื้อขายก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความคิดของเราคนเดียว แต่เกิดจากผู้ซื้อและผู้ขายในตลาดที่ยอมตกลงซื้อขายกัน จึงสะท้อนแรงซื้อและแรงขายในขณะนั้น
ถ้าผู้ซื้อยอมจ่ายสูงขึ้นเพื่อให้ได้หุ้น และมีผู้ขายยอมขาย การซื้อขายก็อาจเกิดที่ราคาสูงขึ้น กลับกัน ถ้าผู้ขายยอมลดราคาเพื่อให้ขายได้ และมีผู้ซื้อรับซื้อ ราคาก็อาจลดลง ทั้งนี้ แรงซื้อขายไม่ได้วัดจากจำนวนคนอย่างเดียว จำนวนหุ้นที่แต่ละคนต้องการซื้อหรือขายก็มีผลด้วย